"ซื่อสัตย์ สุจริต มุ่งผลสัมฤทธิ์ของงาน ยึดมั่นมาตรฐาน บริการด้วยความเป็นธรรม"

อบต.ในเครือข่าย

ขั้นตอนการติดต่อราชการ
ปฏิทินกิจกรรม
กันยายน 2563
อา พฤ
30 31 1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 2829 30 1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
วันที่ 28 กันยายน 2563
ข้อมูลพื้นฐาน อบต.
โครงสร้างการบริหาร
แผนพัฒนาตำบล


  หน้าแรก     แหล่งท่องเที่ยว 

แหล่งท่องเที่ยว
แหล่งท่องเที่ยว  

                                                                          

                                                         วัดพุทธนิมิต (ภู่ค่าว)

ประวัติวัดพุทธนิมิต (ภูค่าว)               

              วัดพุทธนิมิต (ภูค่าว) ตั้งอยู่บ้านนาสีนวล ตำบลสหัสขันธ์ ห่างจากตัวอำเภอสหัสขันธ์ ประมาณ 7 กิโลเมตร เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธไสยาสน์ตะแคงซ้าย ไม่มีเกตุมาลา โดยองค์พระไสยาสน์ มีความยาว 2 เมตร กว้าง 50 เซนติเมตร ตำแหน่งที่ประทับอยู่หน้าปากถ้ำกว้างประมาณ 5 เมตร สูงจากพื้นระดับเพดานถ้ำประมาณ 3 เมตร ลานด้านหน้าองค์พระกว้าง 10 เมตร และที่แปลกคือพระไสยาสน์องค์นี้ตะแคงซ้าย ผู้รู้ได้สันนิฐานว่าเป็นสัญลักษณ์ของ "พระมหาโมคคัลลานะเถรเจ้า" พระอัครสาวกเบื้องซ้ายขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า

องค์พระไสยาสน์ตั้งอยู่บนภูเขาขนาดย่อมโดยเป็นปูชนียวัตถุโบราณแห่งแรกของจังหวัดกาฬสินธุ์ ที่กรมศิลปากรรับจดขึ้นทะเบียนหลังจากที่ "สมเด็จพระมหาวีรวงศ์" (อ้วน ติสฺสมหาเถร) อดีตปฐมสังฆนายกแห่งคณะสงฆ์ไทยวัดบรมนิวาสราชวรวิหาร กรุงเทพฯ ได้มากราบพระไสยาสน์องค์นี้ เมื่อ พ.ศ. 2484 มีบัญชาให้อธิบดีกรมศิลปากรจดทะเบียนไว้ และได้วินิจฉัยจากการสังเกตรูปลักษณะทุกส่วนของพระไสยาสน์ว่า "เป็นฝีมือช่างขอมโดยแท้" ประวัติของพระไสยาสน์จึงเป็นที่มาของประวัติวัดพุทธนิมิต   (ภูค่าว) ที่จะกล่าวเป็นลำดับต่อไปนี้

 นิทานชาวบ้าน-ตำนาน

"พรชัย  ไชยคามี" (นธ.เอก ปธ.) อดีตผู้ใหญ่บ้านแหนบทองคำ พ.ศ. 2523 ได้เรียบเรียงไว้ในหนังสือประวัติถ้ำพระภูค่าว ว่า นายสากับพรรคพวกชาวขอมเป็นผู้สร้าง โดยแกะสลักองค์พระไสยาสน์ในถ้ำนี้ เมื่อครั้งหลังการสมโภชองค์พระธาตุพนมและบรรจุพระอุรังคธาตุขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าราว พ.ศ. 8 หากเมื่อนับมาถึง พ.ศ. 2555 ก็จะมีอายุนานถึง 2,547 ปี นับว่าเก่าแก่มากที่สุดองค์หนึ่ง

              ตำนานเล่าขานว่า ครั้งเมื่อสมัยพระเจ้าศรีโคตรบูรณ์หรือพระยาขอมเรืองอำนาจ ประมาณปี พ.ศ. 8 มีพระมหากัสสปเถรเจ้าเป็นองค์ประธาน พรั่งพร้อมด้วยพระอรหันต์ขีณาสพ 500 องค์ได้อัญเชิญพระอุรังคธาตุ (กระดูกหน้าอก) ขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จมาโดยทางญาณวิถีนภากาศ (เหาะมาทางอากาศ) ลงสู่ "ภูกำพร้า" วัดพระธาตุพนม อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม ได้พร้อมใจกันสร้างอุโมงค์ โดยเอาดินดิบมาก่อเรียงกันขึ้นเป็นรูปสี่เหลี่ยม เสร็จแล้วเอาไปเผาให้สุก มีประตูปิดเปิดได้ทั้ง 4 ด้าน สูงประมาณ 5 เมตร เมื่อเสร็จและกระทำพิธีฐาปนา (บรรจุ) พระอุรังคธาตุไว้ในอุโมงค์นั้น และให้ชื่อว่า "พระธาตุพนม" จากนั้นพระมหากัสสปเถรเจ้า พร้อมด้วยหมู่พระอรหันต์ขีณาสพ 500 องค์ ก็กลับสู่กรุงราชคฤห์ในชมพูทวีป พระเจ้าศรีโคตรบูรณ์จึงได้จัดให้มีการสมโภชองค์พระธาตุพนมอย่างยิ่งใหญ่ และได้มีสารบอกไปทางหัวเมืองขอมด้านเขมรต่ำ 

ที่เป็นเมืองขึ้น ว่าให้รวบรวมทรัพย์สมบัติอันมีค่า ขึ้นมาทำการสมโภชพระธาตุพนมด้วยกันซึ่งทางเขมรต่ำก็ได้รับคำทำตามสารบอกนั้น โดยได้แต่งตั้งผู้มีความสามารถคนหนึ่งชื่อ "นายสา" เป็นหัวหน้าคณะ ทำหน้าที่ควบคุมพรรคพวกและทรัพย์สมบัติเดินทางขึ้นมาทางเมืองร้อยเอ็ด การเดินทางของคณะนายสาได้รอนแรมมาตามระยะทางที่แสนลำบากด้วยจุดหมายที่จะมุ่งสู่องค์พระธาตุพนมให้จงได้ ครั้งพอเดินทางมาถึงบ่อน้ำซับคำม่วง (บ่อคำม่วง) ที่อยู่ทางด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือของภูค่าวไม่ไกล ขณะที่พักแรมอยู่นี้เองก็ได้ทราบข่าวว่า การสมโภชน์องค์พระธาตุพนมได้เสร็จสิ้นลงแล้ว เมื่อเป็นเช่นนี้นายสากับพรรคพวก จึงได้ปรึกษากันว่า บรรดาทรัพย์สมบัติที่ขนกันมานี้จะทำประการใด ถ้าจะขนกลับไปก็ดูจะไม่สมควรทั้งการเดินทางก็สุดแสนลำบากยากเย็นและแสนไกล ในทที่สุดก็ได้ลงความเห็นกันว่าน่าจะฝังทรัพย์สมบัติเหล่านี้ไว้ จึงได้ลงมือแกะสลักรูปองค์พระอรหันต์ขีณาสพพระมหาโมคคัลลานเถรเจ้าอัครสาวกเบื้องซ้ายขององค์สัมมาสัมพุทธเจ้าโดยให้มีลักษณะอริยาบถไสยาสน์ตะแคงซ้ายหันเศียรไปทางด้านที่พระธาตุพนมตั้งอยู่ คือด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือ และถือเป็นนิมิตมงคลว่า พระธาตุพนมนั้นเป็นองค์แทนพระพุทธเจ้าที่เสด็จประทับอยู่ด้านทิศที่เสียรพระไสยาสน์หันไป พร้อมได้ฝากคำปริศนาให้ผู้คนรุ่นต่อมาเข้าใจว่าเป็นลายแทงแหล่งสมบัติที่ว่า "พระหลงหมู่อยู่ภูถ้ำบก แสงตาตกมีเงิน 7 แสน คำ 7 แสน ไผหาได้กินทานหาแหน่ เหลือจากนั้นกินเสี่ยงบ่เหลือ" เพราะเชื่อว่าบริเวณที่พระไสยาสน์ประทับอยู่จะมีทรัพย์สมบัติมากมายฝังอยู่ คำบอกเล่าระบุว่ามีคนเข้าไปขุดค้นหาจำนวนมากแต่สุดท้ายกลุ่มคนผู้นั้นก็จะมีอันเป็นไปทุกราย จนทำให้ชาวบ้านทั้งใกล้และไกลต่างมีความเลื่อมใสศรัทธาทาสักการะอธิษฐานขอความเป็นสิริมงคลมิได้ขาดแรงศรัทธาที่หลั่งไหลมาไม่ขาดสายนี้ นำมาซึ่งการพัฒนาวัดพุทธนิมิต (ภูค่าว) จนมีความเจริญรุ่งเรืองตามลำดับได้รับการยกย่องชื่นชมจากสาธุชนทั่วไปว่าเป็นวัดที่มีทัศนียภาพสวยงามยิ่ง วัตถุธรรมและเสนาสนะสิ่งปลูกสร้างต่าง ๆ ล้วนวิจิตรอลังการประหนึ่งเป็นพุทธสถานแห่งการท่องเที่ยวทั้งทางโลก-ทางธรรม และคงความศักดิ์สิทธิ์อยู่ในที นอกเหนือจากพระไสยาสน์อันศักดิ์สิทธิ์แล้วความสวยงานของทัศนียภาพของภูค่าว ความงดงามของพระอุโบสถไม้แบบเปิด แกะสลัดลวดลายงดงาม ตามประตู หน้าต่าง เพดาน เป็นภาพพุทธประวัติ ทศชาติชาดก

 

และยังมีวิหารสังฆนิมิต ซึ่งเป็นที่เก็บพระพุทธรูปและพระเครื่องรุ่นต่าง ๆ ที่หายากจำนวนมาก

"วัดพุทธนิมิต" และ "พระไสยาสน์" จึงควรไปกราบสักการะยิ่งนัก ล่วงถึงปี พ.ศ. 2531 พระหนุ่มจากจังหวัดฉะเชิงเทราพระอาจารย์ณรงค์  ชยมงฺคโล ผู้ออกแสวงบุญหาพระนิพานได้เดินทางมาถึงวัดโบราณแห่งนี้เกิดจิตสงบมุ่งมั่นที่จะจำพรรษาที่วัดร้างอันแสนกันดานขาดแคลนแห่งนี้ จึงได้รวบรวมศรัทธาญาติโยมทั่วสารทิศร่วมกันพัฒนาวัดโบราณแห่งนี้จนมีความร่มรื่นสวยงาม และก่อสร้างธรรมสถานมากมายเพื่อให้เป็นสมบัติของประชาชนชาวกาฬสินธุ์ จนมีนักท่องเที่ยวที่ใผ่ธรรมะมากราบไหว้บูชาขัดเกลาจิตใจเป็นจำนวนมาก สร้างเศรษฐกิจแก่ชาวกาฬสินธุ์เหลือคณานับ ดังจะขอพรรณนาธรรมสถานของวัดภูค่าวดังต่อไปนี้

 

 

 

การให้บริการ
ผลงานของเรา
ความรู้เกี่ยวกับ อบต.
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
รวมลิงค์ต่างๆ
เว็บไซต์ท้องถิ่นไทย
สถิติผู้เข้าชมเว็บไซต์
ออนไลน์ทั้งหมด 2 คน
หมายเลข IP 3.226.248.180
คุณเข้าชมลำดับที่ 1,198,863

แบบสำรวจความคิดเห็น
คุณมีความคิดเห็นอย่างไรเกี่ยวกับเว็บไซต์ของ อบต.
ดีมาก
ดี
ปานกลาง
น้อย
น้อยที่สุด
 
องค์การบริหารส่วนตำบลสหัสขันธ์
122 บ้านคำลือชา หมู่ 1 ตำบลสหัสขันธ์ อำเภอสหัสขันธ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ 46140
Tel : 0-4384-0643   Fax : 0-4384-0643
Email : sahatsakhan2010@hotmail.com
Copyright © 2020 by OPSTECH All Right Reserved.